Friday 30 July 2021 | 5 : 59 pm

บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต ชู SHA Plus+ ตอกย้ำการยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดี เตรียมรับนักท่องเที่ยวโครงการ Phuket Sandbox พร้อมเดินหน้าร่วมฟื้นฟูและต่อยอด ‘City of Gastronomy’ ของภูเก็ต

อีกหนึ่งความภูมิใจของบลู เอเลเฟ่นท์ ร้านอาหารไทยสุดคลาสสิก ที่ได้ยกระดับมาตรฐานความสะอาดและถูกสุขอนามัยที่ดีอย่างเข้มข้น จนได้รับตราสัญลักษณ์ SHA Plus+ หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration Plus ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานของ SHA  ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรคที่จะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีและมีความปลอดภัยด้านสุขอนามัยระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีนายคิม สเต็ปเป้ ประธานกรรมการบริหาร ของบลู เอเลเฟ่นท์  เป็นตัวแทนรับมอบเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา

โดยพนักงานของบลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต ร้อยละ 70 ได้รับการฉีดวีคซีนแล้วตามมาตรฐาน SHA Plus+  และพร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นอกจากนี้บลู เอเลเฟ่นท์ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อร่วมเดินหน้าฟื้นฟูและต่อยอด ‘City of Gastronomy’ ของเมืองภูเก็ตให้กลับคืนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งภูเก็ตนับเป็นเมืองแรกของไทยและอาเซียนที่ยูเนสโกได้ประกาศให้เป็น 1 ใน 18 เมืองทั่วโลกเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ ‘City of Gastronomy’ ประจำปี 2558

ร่วมเปิดประสบการณ์และสัมผัสวัฒนธรรมหลากหลายของเมืองภูเก็ต ผ่านอาหาร ‘เพอรานากัน’ (Peranakan) หรืออาหาร ‘เนียงยา’ (Nyonya cuisine) และอาหารไทย และเรียนรู้การปรุงอาหารอย่างใกล้ชิดกับเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ได้ทั้งทางออนไลน์ และที่บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (076) 354355-7 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ www.blueelephant.com และ https://www.facebook.com/BlueElephantPhuket

นายคิม สเต็ปเป้ ประธานกรรมการบริหาร บลู เอเลเฟ่นท์ กล่าวว่า “ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย-สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต-สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้-สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต-สำนักงานเศรษฐกิจการดิจิทัลภาคใต้ และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ที่ให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศไทย ด้วยการร่วมกันผลักดันโครงการ Phuket Sandbox เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่ภูเก็ตจะต้องผ่านการฉีดวัดซีนป้องกันโควิด-19 และมีหนังสือยืนยัน โดยเมื่อมาถึงภูเก็ตจะต้องทำการกักตัวที่ภูเก็ตเป็นเวลา 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางไปพื้นต่างๆ ในประเทศไทยได้ ซึ่งการได้รับตราสัญลักษณ์ SHA Plus+ หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration Plus เป็นอีกความภูมิใจของบลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต และเป็นสิ่งที่การันตีความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้กับนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนบลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันพนักงานของเราได้รับการฉีดวีคซีนแล้วร้อยละ 70 ตามมาตรฐาน SHA Plus+ และเรายังคงความเข้มข้นในมาตรฐานการป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้แก่ลูกค้าทุกคน ตามแนวทางการให้บริการในรูปแบบวิถีปกติใหม่ (New Normal)

สำหรับการเปิดเมืองภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้ภายใต้แผนการเปิดเมืองภูเก็ต หรือ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ตได้เตรียมความพร้อมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งการฟื้นฟูเมืองภูเก็ตให้กลับมาเป็นผงาดดั่งเดิม ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสหาดทรายสวย เกาะแก่งน่ายล อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งอารยธรรมอันหลากหลายที่มีอัตลักษณ์เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตและประเพณีของชาวภูเก็ตที่งดงามและบ่งบอกถึงรากเหง้าและความเป็นศูนย์รวมของคนหลายเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็นชาวเลดั้งเดิม ซึ่งเป็นชาวมอร์แกน ชาวไทยแท้จากแผ่นดินใหญ่ รวมถึงชาวจีนอันไกลโพ้นโล้เรือสำเภาแสวงโชค

ทั้งนี้ บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต โดยเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ได้สร้างสรรค์เมนูอาหารที่สื่อถึงประเพณี และวัฒนธรรมอันหลากหลายของเมืองภูเก็ต ผ่านเมนู ‘เพอรานากัน’ (Peranakan) หรืออาหาร ‘เนียงยา’ (Nyonya cuisine) และอาหารไทย อาทิ เพอรานากันแกงตูมี้ปลากระพง ตูโบ้ ลูกชิ้นปลาภูเก็ต เกี่ยมโก้ย กุ้งสัมบ่ายกอเล้ง เป็นต้น สอดคล้องกับที่ยูเนสโก้ได้ประกาศให้ภูเก็ตเป็น 1 ใน 18 เมืองทั่วโลก เป็นเมืองแรกของไทยและอาเซียน ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ ‘City of Gastronomy’ ประจำปี2558

คุณคิม กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตนเองและครอบครัว ‘สเต็ปเป้’ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยมาก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ (มร.คลาวด์ และเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ เชฟและผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารและภัตตาคาร บลู เอเลเฟ่นท์ เชฟหญิงชาวฉะเชิงเทราและชื่นชอบการทำอาหารมาตั้งแต่วัยเยาว์) มักจะสอนลูกหลานและพนักงานทุกคนให้รักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย และจะต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของบลู เอเลเฟ่นท์ มาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี และเรามุ่งเน้นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและจะยังคงเดินหน้าร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับและรู้จักไปทั่วโลก ดั่งเจตนารมณ์ของเชฟนูรอ”

ร่วมลิ้มลองเมนูอาหารเลิศรส สัมผัสวัฒนธรรมหลากหลายของเมืองภูเก็ต และเปิดประสบการณ์เรียนรู้การสร้างสรรค์เมนู ‘เพอรานากัน’ (Peranakan) หรืออาหาร ‘เนียงยา’ (Nyonya cuisine) และอาหารไทยอย่างใกล้ชิดกับเชฟนูรอได้ทั้งทางออนไลน์ ที่บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.076 354355-7 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ www.blueelephant.com / Facebook : https://www.facebook.com/BlueElephantPhuket 

########################################

เกี่ยวกับ บลู เอเลเฟ่นท์

บลู เอเลเฟ่นท์ สร้างสรรค์เมนูอาหารรสเลิศให้ได้ลิ้มลองความอร่อย ด้วยเสน่ห์ปลายจวักของเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้านบลู เอเลเฟ่นท์ ผู้ที่หลงใหลในอาหารและวัฒนธรรมไทย ได้รังสรรค์อาหารไทยแท้ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากโครงการหลวง และชุมชนต่างๆ ในประเทศไทยออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แฝงด้วยอัตลักษณ์แห่งความไทย วิถีไทย และภูมิปัญญาไทย เผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้รู้จักและประทับใจ ทั้งยังได้เลือกรสชาติอาหารที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นในการชิมอาหารไทย จึงเป็นที่ถูกปากจนเป็นที่นิยมชื่นชอบของชาวเบลเยียมและชาวต่างชาติในประเทศเบลเยี่ยม  และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนทั่วยุโรปตะวันออกกลางและเอเชีย ครองใจคนทั่วโลกมากว่า 40 ปี

  • บลู เอเลเฟ่นท์ เปิดบริการเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2523โดยเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ และคู่สมรส-คุณคาร์ล สเต็ปเป้ พร้อมด้วยหุ้นส่วนอีก 2 ท่าน คือ คุณสมชาย เวโน และคุณสมบูรณ์ อินเสือศรี
  • ปี 2545 เปิดร้านอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ และโรงเรียนสอนทำอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ สาขากรุงเทพ
  • ปี 2549 ก่อตั้ง บริษัท บลูสไปซ์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องแกง เครื่องปรุงรส ทั้งน้ำพริก และซอสปรุงรสระดับพรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์ บลู เอเลเฟ่นท์ จำหน่ายกว่า 36 ประเทศทั่วโลก
  • ปี 2553 เปิดร้านอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ และโรงเรียนสอนทำอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ สาขาภูเก็ต

Latest