เพราะทุกจานของ KAYAKI (คายากิ) ร้านปิ้งย่างเนื้อปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียม คือการเดินทางของรสชาติที่ถ่ายทอดอย่างซื่อตรงและละเมียดละไม ในฐานะผู้บุกเบิกวัฒนธรรมการรับประทานอาหารสไตล์ YAKIZAKANA (ยากิซากานะ) หรือ(YAKI = ย่าง, ZAKANA = ปลา) ต้นฉบับเจ้าแรกของประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ 3 ผู้บริหารรุ่นใหม่แห่งบริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด โดย ปณิธาน, ปณิธิ และ ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ เดินหน้าขยายอาณาจักรความอร่อยสู่บ้านหลังที่ 3 บนทำเลไลฟ์สไตล์เดสติเนชันใจกลางเมือง ณ ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ ชั้น 1 อาคาร C ตอกย้ำปรัชญา “ให้ความสดของวัตถุดิบเป็นพระเอก” เผยรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ ผ่านการเปิดตัว “Toyosu” เซ็ตเมนูใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดปลาโทโยสุ ตลาดวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยได้เฟ้นหาสุดยอดวัตถุดิบจนค้นพบ 4 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ Oyster, Live Hokkigai, Sawara และ Abura Bouzu เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อยระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรักสุขภาพอย่างสมบูรณ์แบบ

ปณิธาน กอบกุลสุวรรณ กล่าวถึงหลักการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ว่า “สำหรับ KAYAKI สาขาที่ 3 ณ ศูนย์การค้า
ดิเอ็มควอเทียร์ เรายังคงหัวใจสำคัญที่เน้นความพรีเมียมและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวในแบบฉบับ Stand-Alone เอาไว้อย่างครบถ้วน โดยสาขานี้ตั้งอยู่บนชั้น 1 ซึ่งเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกและเข้าถึงง่าย การออกแบบตกแต่งมาในคอนเซปต์ “Japanese Contemporary” ที่ผสานความเรียบหรูเข้ากับแสงธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไฮไลต์ของสาขานี้คือการจัดสรรพื้นที่จำนวน 34 ที่นั่งให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และช่วงเวลาพิเศษที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเพิ่มโซน Family Table ที่สามารถรองรับได้สูงสุดถึง 8 ท่าน เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน รวมถึง Couple Table ที่ออกแบบมาเพื่อคู่รักโดยเฉพาะ ความพิเศษคือการนำเตาปิ้งย่างออกจากกลางโต๊ะ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เราตั้งใจขยายฐานลูกค้าเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนทำงานชาวต่างชาติ (Expat) รวมถึงกลุ่มครอบครัวให้
มากขึ้น ด้วยความโดดเด่นของทำเลใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าอย่างคล่องตัว ประกอบกับการตั้งอยู่บนไลฟ์สไตล์เดสติเนชันยอดนิยม ทำให้การก้าวเข้ามาสัมผัสสุนทรียรสในแบบฉบับของ KAYAKI เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและลงตัวกับทุกจังหวะชีวิต”
ด้าน ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในฐานะผู้บุกเบิกวัฒนธรรมการทานอาหารสไตล์ YAKIZAKANA รูปแบบแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย KAYAKI รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จนเกิดเป็นความผูกพันกับกลุ่มลูกค้าประจำที่แวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความสำเร็จนี้สอดรับกับเทรนด์เวลเนส (Wellness) ในปัจจุบัน ที่ผู้คนหันมาใส่ใจและพิถีพิถันกับการเลือกรับประทานอาหารคุณภาพสูง โดยเฉพาะเมนูที่อุดมไปด้วยโปรตีน ย่อยง่าย และให้ไขมันดี (Good Fat) ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของ KAYAKI ที่มุ่งมั่นนำเสนอวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านศิลปะการปรุงอย่างละเมียดละไม การเดินทางของ KAYAKI จึงเป็นการก้าวเข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างการดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับการดื่มด่ำประสบการณ์การรับประทานอาหารอันยอดเยี่ยมได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

สำหรับเซ็ตเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟในโอกาสฉลองการเปิดสาขาใหม่ ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ เผยถึงความพิเศษของ “Toyosu” เซ็ตเมนูใหม่ว่า “เริ่มต้นจากการเดินทางไปเสาะแสวงหาสุดยอดวัตถุดิบใหม่ๆ ที่เราไม่เคยนำมารังสรรค์มาก่อนเพื่อมอบประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าจนค้นพบ 4 วัตถุดิบไฮไลต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ได้แก่ Oyster (หอยนางรม), Live Hokkigai (หอยปีกนก), Sawara(ปลาอินทรีย์ญี่ปุ่น) และ Abura Bouzu หนึ่งในวัตถุดิบที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นปลาน้ำลึกที่ค่อนข้างหายาก และเราเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน โดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์ที่ละลายในปากและอุดมไปด้วยไขมันดี จนได้รับการขนานนามจากเหล่านักชิมว่าเป็น “White Otoro” โดยชื่อ Abura Bouzu มาจากคำว่า “Abura” ที่แปลว่า มีไขมัน และ “Bouzu” ที่แปลว่า เด็กผู้ชาย ส่วน Live Hokkigai เป็นหอยสดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีความสดและโดดเด่นด้วยรสชาติหวานตามธรรมชาติ ขณะที่ Sawara ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่เราเลือกสรรมาเพื่อเพิ่มความหลากหลาย เซ็ตเมนูใหม่นี้จึงเป็นการนำเสนอเสน่ห์ของวัตถุดิบผ่านความสดใหม่และคุณภาพที่เราคัดสรรมาเป็นพิเศษ โดยเน้นการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบในทุกคำ”
จุดเริ่มต้นของการนำเสนอ Oyster (หอยนางรม) และ Live Hokkigai (หอยปีกนก) ทั้งสองชนิดนี้ ปวิตราเปิดเผยว่า “มาจากแพสชันและความหลงใหลส่วนตัวที่ต้องการทลายขีดจำกัดในการทำอาหาร เนื่องจากหอยเป็นวัตถุดิบที่มีความท้าทายสูงในการดึงรสชาติที่สมบูรณ์แบบออกมา เราจึงตั้งใจพัฒนาเมนูนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ไฮไลต์ของสาขาดิเอ็มควอเทียร์ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่และสร้างความแตกต่างจากเมนูเดิมอย่างโฮตาเตะที่เรามีอยู่แล้ว

ความแตกต่างที่ทำให้ KAYAKI เหนือกว่าการทานซาชิมิทั่วไป คือศิลปะการควบคุมไฟเพื่อดึงเสน่ห์ของวัตถุดิบออกมาให้ถึงขีดสุด เนื่องจากหอยและวัตถุดิบทุกชนิดที่เราคัดสรรล้วนเป็นเกรดซาชิมิ (Sashimi Grade) ที่มีความสดใหม่และทานดิบได้ในตัวเอง เราจึงเลือกใช้เทคนิค ‘Aburi’ (อะบุริ) หรือการเบิร์นเฉพาะบริเวณผิวสัมผัสด้านนอก โดยไม่ได้ย่างจนสุกทั้งหมด เทคนิคนี้ถือเป็นการยกระดับมิติของรสชาติ โดยช่วยสร้างกลิ่นหอมสไตล์ Smoky ที่เย้ายวนใจ และมอบเท็กซ์เจอร์ที่น่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงกักเก็บความหวานฉ่ำและรสชาติอันเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกๆ คำ”
การลิ้มรส Toyosu ทั้ง 6 คำ ในราคา 1,390 บาทเชฟได้ออกแบบลำดับการทานมาอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึง
ความเพลิดเพลินตลอดมื้ออาหารโดยไม่ทำให้รสชาติหนักจนเกินไป เริ่มต้นด้วยการเปิดประสบการณ์กับพระเอกของเซ็ตอย่าง ‘Oyster’ (หอยนางรม) ที่มอบสัมผัสเต็มคำ ทำหน้าที่ปลุกปุ่มรับรสเพื่อเปิดมื้ออาหารได้อย่างลงตัว คำนี้สามารถอัปเกรดเปลี่ยนจากหอยนางรมมาเป็น Live Hokkigai (หอยปีกนก) ในราคา 90 บาท โดยใช้หอยสดนำมาย่างจะทำให้มีรสชาติหวาน โดยหอยนางรมทานคู่กับซอสพอนสึสูตรเฉพาะของทางร้าน และหอยปีกนกทานคู่กับต้นหอมผัดน้ำมันงา จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่ระดับความเข้มข้นสู่ “Chutoro Leek” เป็นการนำชูโทโร่แทรกด้วยต้นหอมสด เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมบางเบาของผัก
ก่อนจะเบรกความเข้มข้นด้วยเอกลักษณ์ของ “Sawara” (ปลาอินทรีย์ญี่ปุ่น) ปลาทะเลเนื้อขาวที่เข้ามาช่วย
ตัดเลี่ยน ทานคู่กับไชเท้า ขิง และโชยุ คำต่อมาตามด้วยเท็กซ์เจอร์ที่ละลายในปากของ “Abura Bouzu”หรือ “White Otoro” เสิร์ฟพร้อมวาซาบิและมะนาว ซึ่ง KAYAKI ตั้งใจนำมาให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใครในตลาด สลับกับสัมผัสของ “Aka Ebi” กุ้งแดงอาร์เจนตินา ทานคู่กับวาซาบิและมะนาว ก่อนจะพาไปสัมผัสความเข้มข้นในคำสุดท้ายด้วย “OtoroSuki” ท้องด้านล่างของปลาทูน่า ทานคู่กับไข่ดิบและซอสสุกี้ การร้อยเรียงรสชาติที่สลับซับซ้อนทว่าสมดุลนี้เอง ที่ทำให้ทุกๆ คำของ KAYAKI เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ และมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำอย่างแท้จริง



Sawara
Oyster
Live Hokkigai
Toyosu Set
Abura Bouzu


นอกจากนี้ KAYAKI ยังเพิ่มบริการเดลิเวอรี เพื่อยกระดับประสบการณ์ปิ้งย่างระดับพรีเมียมเพื่อส่งตรงถึงบ้าน ด้วยการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรี ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยแยกส่วนข้าวและเนื้อปลาออกจากกันอย่างชัดเจน เคล็ดลับของการรักษารสชาติอยู่ที่ขั้นตอนการเตรียมก่อนรับประทาน เพียงนำเนื้อปลาออกและอุ่นเฉพาะข้าวให้ร้อน จากนั้นจึงนำปลามาวางทับ (On Top) บนข้าวและปิดฝา ไอร้อนจากข้าวจะทำหน้าที่อุ่นเนื้อปลาให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะพอดี โดยไม่ต้องนำเนื้อปลาเข้าไมโครเวฟโดยตรง เทคนิคนี้คือหัวใจสำคัญที่ช่วยล็อกความฉ่ำและรักษาระดับความสุกของเนื้อปลาแบบ Medium Rare เสมือนมีเชฟส่วนตัวมาย่างให้รับประทานถึงบ้าน

KAYAKI Delivery จึงเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับมื้ออาหารคุณภาพเยี่ยมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง และสำหรับผู้ที่หลงใหลในศิลปะการทำอาหาร เรายังเปิดโอกาสให้คุณสั่งวัตถุดิบแบบสดพร้อมคู่มือ (Instruction) แนะนำขั้นตอนการย่างอย่างละเอียด เพื่อเปิดประสบการณ์ความสดใหม่ด้วยตัวคุณเอง อย่างไรก็ตาม เมนูแบบปรุงสุก (Cooked) ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับหนึ่ง เพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบาย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับไฟน์ไดน์นิงถึงโต๊ะอาหารของคุณได้ทันที
ร่วมสัมผัสแก่นแท้แห่งความอร่อย ความสดใหม่ และความพิถีพิถันเหนือระดับ พร้อมดื่มด่ำไปกับสุนทรียรสของวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกนำเสนอผ่านศิลปะการย่างอย่างละเมียดละไม ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน KAYAKI สาขาที่ 3 ศูนย์การค้า
ดิเอ็มควอเทียร์ ชั้น 1 อาคาร C เดสติเนชันแห่งใหม่ที่พร้อมต้อนรับนักชิมผู้หลงใหลในศิลปะแห่งรสชาติอย่างแท้จริง และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Kayaki และ IG: kayakithailand
