Monday 25 October 2021 | 5 : 43 pm

ศิริกาญจน์ บุญกาญจน์ รีแบรนดิ้ง ‘เบอกามอท’ ให้ทันสมัย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ ฝ้าย-ศิริกาญจน์ บุญกาญจน์ วัย 27 ปี รั้งตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของบริษัท ออดินริค-ไทย คือทายาทรุ่นที่สองของเจ้าของแบรนด์เบอกาม็อท (Bergamot) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับตำนานของไทยที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 38 แล้ว เราลองไปทำความรู้จักกับสาวเก่งคนนี้กันสักหน่อย

“ฝ้ายเรียนจบปริญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็บินไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดหลักสูตร Strategic Marketing จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ประเทศอังกฤษ

หลังจากเรียนจบปริญญาโทฝ้ายก็กลับมาศึกษางานและช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวโดยเรียนรู้งานทั้งระบบต่อจากคุณพ่อคุณแม่ ตอนแรกฝ้ายก็ตั้งใจว่าอยากจะหาประสบการณ์ในการทำงานจากบริษัทอื่นๆ ก่อน แต่ในที่สุดคุณพ่อคุณแม่ก็ให้เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจเลยเพราะท่านทั้งสองบอกว่าไม่อยากรอนาน (ยิ้ม)

ธุรกิจที่เราทำมานานก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของไทยที่ชื่อแบรนด์ว่า ‘เบอกาม็อท’ เมื่อฝ้ายเข้ามาบริหาร หน้าที่สำคัญของฝ้ายก็คือดูแลในเรื่องการรีแบนดิ้งแบรนด์ หรือการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมทั้งการวางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาผมร่วงโดยเฉพาะ”

ฝ้ายบอกว่า ที่ผ่านมาเธอเริ่มจากการปรับรูปแบบของแพ็กเกจจิ้งหรือบรรจุภัณฑ์เป็นอันดับแรก โดยเปลี่ยนรูปแบบของขวดและกล่องซะใหม่ เนื่องจาก 38 ปีที่ผ่านมาเบอกาม็อทยังไม่เคยปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์หรือบรรจุภัณฑ์มาก่อนเลย

“สิ่งที่ฝ้ายลงมือปรับเปลี่ยนเป็นอย่างแรกเลยก็คือ โลโก้ โดยทำให้ดูสวยขึ้นและทันสมัยขึ้น เพราะด้วยยุคสมัยและสังคมที่เปลี่ยนไปจึงต้องมีการปรับทุกอย่างให้ดูดีขึ้นตามไปด้วย จากเดิมโลโก้เก่าจะเป็นรูปทรงคล้ายกับผลมะกรูดและมีใบไม้อยู่ข้างๆ ตัวกล่องมีสีเขียว ดำ และทอง ก็เปลี่ยนโลโก้มาเป็นสีน้ำเงิน ฟ้า และเทา โดยตัวกล่องและขวดก็จะมีรูปทรงที่สวยขึ้น โดยมีทั้งสีขาว ฟ้า น้ำเงิน และเทา พร้อมทั้งมีแถบลายเส้นแนวขวางด้วยเพื่อให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

ก่อนจะมีการรีแบรนดิ้ง เราได้มีการรีเสิร์ชว่า ถ้าพูดถึงแบรนด์เบอกาม็อทแล้ว ลูกค้าจะจำอะไรได้บ้าง ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่จะจำโลโก้ จำสี และจำเส้นสายที่ปรากฏบนกล่องได้ ดังนั้น เราจึงนำผลการรีเสิร์ชนั้นมาเป็นโจทย์ให้ดีไซเนอร์ออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้ใหม่ พร้อมทั้งนำโจทย์ที่ได้รับมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่ว่า  ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร ก็อย่าลืมคงสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มเดิมจดจำได้เอาไว้ด้วยเสมอ” 

ผู้บริหารสาวบอกว่า นอกจากผลิตภัณฑ์โทนิคที่มีอยู่เดิมแล้ว ตอนนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดีท็อกซิฟาย (Detoxify) ที่ช่วยขจัดสารตกค้าง ผลิตภัณฑ์แอนตี้แดนดรัฟฟ์ (Anti-Dandruff) ที่ช่วยขจัดรังแค และยังมีแฮร์โลชั่น (Hair Lotion) สำหรับบำรุงผม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรเพิ่มเข้ามาด้วย
โดยรวมแล้วสินค้าแบรนด์เบอกาม็อทจึงมีทั้งโทนิค แชมพู และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมประเภทอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับปรุงสูตรให้ดีขึ้นกว่าเดิมทั้งหมดเลย

“นอกจากการปรับโลโก้และแพ็กเกจจิ้งแล้ว เรายังปรับการพีอาร์โดยเพิ่มช่องทางการสื่อสารที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าได้มากขึ้น ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนที่คนส่วนใหญ่ซื้อสินค้าเราเพราะพวกเขาต้องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ แต่ปัจจุบันเราได้สื่อสารออกไปอย่างชัดเจนเลยว่า สินค้าเราอยู่ในกลุ่มเวชสำอางนะ ไม่ใช่ยารักษาหรือป้องกันผมหลุดร่วงโดยตรงเหมือนที่คนเคยเข้าใจกันมา

คือตอนนี้นอกจากเราทำการประชาสัมพันธ์โดยสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเดิมแล้ว เรายังต้องสื่อสารกับลูกค้าใหม่ๆ หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปพร้อมกันด้วย ยิ่งในยุคนี้มี โซเชียล มีเดีย ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ และยูทูบ เราจึงต้องปรับการสื่อสารให้ครบทุกช่องทาง รวมทั้งการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ของเราคือ www.bergamot.co.th ด้วย ซึ่งเราต้องเลือกช่องทางตามความเหมาะ สม แต่ขณะเดียวกันช่องทางการสื่อสารแบบเดิมที่เราเคยใช้ เช่น โฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์และทีวีก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง”

ฝ้ายบอกว่า การเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อย ย่อมต้องมีอุปสรรคหรือสิ่งที่ยากในการบริหารงานเป็นเรื่องธรรมดา แต่เธอก็พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้สามารถทำงานกับแผนกต่างๆ รวมทั้งพนักงานทุกระดับได้อย่างราบรื่น

“ด้วยความที่ฝ้ายไม่เคยทำงานที่องค์กรอื่นมาก่อน จึงอาจจะไม่ค่อยมีประสบ การณ์ในการที่จะต้องคิดหรือแก้ไขปัญหาทางด้านการบริหารมากนัก ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาจึงต้องค่อยๆ เรียนรู้ทุกอย่างไปตามขั้นตอน แต่โชคดีว่ามีพี่ๆ พนักงานในบริษัทคอยให้คำปรึกษาและสอนเรื่องการบริหารงานด้วย ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงไม่วางมือทั้งหมด ท่านทั้งสองจึงเป็นที่ปรึกษาซึ่งคอยแนะนำฝ้ายไปด้วยในตัว นอกจากนี้ฝ้ายยังค่อยๆ สร้างทีมงานคนรุ่นใหม่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยสานงานต่อไปในอนาคตด้วย

บริษัทของเราเป็นบริษัทขนาดกลาง ก็อาจจะมีอุปสรรคเรื่องการบริหารบุคลากรบ้าง แต่ฝ้ายว่าการบริหารงานก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ ว่าต้องทำยังไงเพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งพี่ๆ พนักงานบางคนทำงานอยู่กับเราเสมือนเป็นครอบครัวมายาวเลยละ คืออยู่กันมาตั้งแต่ฝ้ายยังเด็กๆ หรืออยู่ตั้งแต่บริษัทเราเปิดใหม่ๆ เลยค่ะ แน่นอนว่าพอตอนนี้บริษัทเปลี่ยนผู้บริหารปั๊บ พนักงานที่อยู่มานานก็อาจยังไม่เคยเห็นการบริหารงานของเรา ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของฝ้ายที่จะต้องพิสูจน์ฝีมือและพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของพนักงานทุกคน และทำให้พวกเขาอยู่ดีมีสุขกันมากที่สุดด้วย”

ฝ้ายเสริมว่า คติในการใช้ชีวิตหรือการทำงานของเธอก็คือ จงทำตัวเองให้เป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วอยู่เสมอ เพราะจะได้สามารถเติมทุกอย่างเข้ามาในชีวิตได้อย่างไม่รู้จบ

“ไม่ว่าจะเป็นคำติชม คำแนะนำ หรือความรู้อื่นๆ ฝ้ายจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ และเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถได้นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ฝ้ายยังไปลงเรียนคอร์สอบรมการบริหารเพิ่มเติมเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเองอยู่เรื่อยๆ พูดง่ายๆ ว่าเราต้องคอยเติมความรู้และเติมสิ่งดีๆ เข้ามาเรื่อยๆ โดยไม่หยุดค่ะ

นิสัยส่วนตัวแล้วฝ้ายค่อนข้างจริงจังกับการทำงาน หากงานชิ้นไหนมีเดดไลน์ที่จะต้องสรุปให้จบ ฝ้ายก็จะพยายามตัดสินใจให้งานนั้นจบลงโดยเร็วที่สุด เนื่อง จากฝ้ายเชื่อในเรื่อง Work Life Balance อย่างสมัยคุณพ่อคุณแม่ การทำงานหนักในความคิดของพวกท่าน คือการทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่สำหรับฝ้ายแล้ว การทำงานของเราจะมีช่วงพักเบรกด้วย เพราะหากเราคิดไม่หยุดทั้งวัน ฝ้ายว่าความคิดมันก็จะไม่ค่อยแล่นอยู่ดี ฉะนั้นช่วงพักเราก็เอาเวลานั้นไปรีแลกซ์หรือไปทำอย่างอื่นดีกว่า ฝ้ายจะไม่หมกมุ่นอยู่กับการทำงานมากจนเกินไป ส่วนแพลนในอนาคตที่คิดไว้ก็คือ เราจะพยายามขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบ คลุมกับความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เพราะปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ อาทิ เบอกาม็อท พรีเซนต้า แนช และโบรชัวร์แล้ว แต่ในอนาคตเราจะมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับบอดี้แคร์ ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกออกมาด้วยค่ะ อยากให้รอติดตามกันต่อไป”

Latest