หลังเปิดเมืองต้อนรับนักเดินทางและผู้รักศิลปะจากทั่วโลกมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติThailand Biennale, Phuket 2025 กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2569 ทิ้งท้ายช่วงเวลาสำคัญที่จังหวัดภูเก็ตได้แปรเปลี่ยนจากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว สู่การเป็นพื้นที่ของศิลปะร่วมสมัย การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ร่วมกันภายใต้แนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal [Kalpa])

ตลอดเทศกาลที่ผ่านมา Thailand Biennale, Phuket 2025 ไม่ได้เพียงเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสผลงานจากศิลปินร่วมสมัยชั้นนำทั้งจากไทยและนานาชาติอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนทั้งเกาะภูเก็ตให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ ที่หลอมรวมศิลปะ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านการจัดแสดงใน 20 จุดสำคัญทั่วเกาะภูเก็ต ตั้งแต่ย่านเมืองเก่า สะพานหินเมืองกะทู้ ไปจนถึงแหลมพรหมเทพ
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้มาสัมผัสงาน หรือกำลังมองหาทริปส่งท้ายเดือนเมษายน Thailand Biennale, Phuket 2025 คืออีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการพักผ่อน เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการมา “ชมงานศิลปะ” แต่คือการได้มองภูเก็ตในอีกมิติหนึ่ง ผ่านผลงานที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ เวลา และการอยู่ร่วมกันในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

เปิดจุดเช็คอิน 3 เส้นทางสัมผัส “นิรันดร์ [กัลป์]” ผ่านภูเก็ตในมุมใหม่
เพื่อชวนผู้ชมสำรวจ Thailand Biennale, Phuket 2025 ในมิติที่ลึกกว่าเดิม เทศกาลครั้งนี้ยังเปิดประสบการณ์การเดินทางผ่านเส้นทางศิลปะที่ค่อย ๆ พาผู้ชมไล่เรียงความหมายของ “นิรันดร์ [กัลป์]” ผ่านภูมิทัศน์และบริบทที่แตกต่างกันของเกาะภูเก็ต ตั้งแต่ย่านเมืองเก่า พื้นที่ชุมชน ธรรมชาติ ไปจนถึงอาคารและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ถูกตีความขึ้นใหม่ผ่านศิลปะร่วมสมัย
เส้นทางที่ 1: Heritage & City Vibes – เมืองเก่าเล่าใหม่ผ่านศิลปะร่วมสมัย
เริ่มต้นจากย่านเมืองเก่าภูเก็ตและพื้นที่กลางเมือง พื้นที่ซึ่งศิลปะร่วมสมัยค่อย ๆ แทรกซึมอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าถนนสายมรดก และจังหวะชีวิตของชุมชนท้องถิ่น เปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสงานแบบ site-specific ที่ไม่ได้แยกตัวออกจากเมือง แต่หลอมรวมอยู่กับพื้นที่อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านจุดจัดแสดงสำคัญอย่าง หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต, โรงหนังเพิร์ล, เพิร์ลโบว์ล, ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ, บ้านเทอร์เทิลภูเก็ต, หยี่เต้งคอมเพล็กซ์, ดีซี ภูเก็ตทาวน์ และ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ชวนให้ประวัติศาสตร์ของย่านเมืองเก่าถูกมองใหม่ผ่านสายตาร่วมสมัย
ไฮไลต์ของเส้นทางนี้ยังรวมถึงผลงานของ เมลาติ ซูร์โยดาร์โม, โอ๊ต มณเฑียร และ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ณ โรงหนังเพิร์ล, ทาลอย ฮาวินี และ อู๋ เจิง ณ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ, ปรัชญา พิณทอง ณ หยี่เต้งคอมเพล็กซ์, ริวเอะ นิชิซาวะ ณ หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต และ อารยา ราษฎร์จำเริญสุข ณ ดีซี ภูเก็ตทาวน์

เส้นทางที่ 2: Beyond the City, where Art Meets Nature – ศิลปะนอกเมือง ท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชุมชน
จากตัวเมือง เส้นทางของเทศกาลขยายออกไปสู่พื้นที่ชุมชนและภูมิทัศน์ธรรมชาติของเกาะภูเก็ต ชวนให้ผู้ชมได้พบกับงานศิลปะที่หยั่งรากจากภูมิทัศน์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ผ่านพื้นที่อย่าง โรงแรมเมลโล พิลโล, บ้านหลังแรกของหลวงอำนาจนรารักษ์, ศาลเจ้ากะทู้, สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ (โรงเหล้าเก่า), เหมืองเจ้าฟ้า และแหลมพรหมเทพ ซึ่งแต่ละจุดล้วนเปิดบทสนทนาใหม่ระหว่างมนุษย์ ศิลปะ ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง
ไฮไลต์ของเส้นทางนี้ยังรวมถึงผลงานของ แอนดรูว์ โธมัสหวง ณ ศาลเจ้ากะทู้, ลุอานา วิทรา ณ สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ (โรงเหล้าเก่า), ทุย เทียน เหงียน ณ โรงแรมเมลโล พิลโล, และ โนแลน ออสวอลด์ เดนนิส ณ แหลมพรหมเทพ

เส้นทางที่ 3: Heritage Reimagined – เมื่อมรดกถูกตีความในความหมายใหม่
อีกหนึ่งมิติสำคัญของ Thailand Biennale, Phuket 2025 คือการชวนสำรวจร่องรอยของอดีต ทั้งอาคารเก่า พื้นที่ริมทะเลและภูมิทัศน์ที่เคยมีความหมายในประวัติศาสตร์ของเมือง ก่อนจะถูกตีความใหม่ผ่านสายตาของศิลปินร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความทรงจำของอดีตเข้ากับจินตนาการและความหมายใหม่ในปัจจุบัน ผ่านจุดจัดแสดงอย่าง สวนสาธารณะสะพานหิน, อุโมงค์ป่าโกงกางสะพานหิน, อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง, อาคารพูนผลพลาซ่า, อาคารเบจ และจุดชมวิวเขารัง ชวนให้ผู้ชมย้อนมองอดีตไปพร้อมกับตั้งคำถามถึงความต่อเนื่องของกาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงที่ยังดำเนินอยู่
ไฮไลต์ของเส้นทางนี้ยังรวมถึงผลงานของ ริวอิจิ ซากาโมโตะ และ ชิโระ ทาคะทานิ ณ อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง, ปิตุพงษ์ เชาวกุล และ เมแกน โคป ณ สวนสาธารณะสะพานหิน, เอจิซูมิ ณ อุโมงค์ป่าโกงกางสะพานหิน, ไฉ้ หมิงเลี่ยง และ เจิ้ง มาเลอร์ ณ อาคารพูนผลพลาซ่า และ อิบราฮิม มาฮามะ ณ จุดชมวิวเขารัง ซึ่งล้วนร่วมขยายความหมายของมรดก พื้นที่ และกาลเวลาในมุมมองร่วมสมัย
มากกว่านิทรรศการ คือการทิ้งร่องรอยไว้ให้เมือง
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า “หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้Thailand Biennale, Phuket 2025 น่าจดจำ ไม่ได้อยู่เพียงที่จำนวนศิลปินหรือความหลากหลายของผลงาน หากแต่อยู่ที่การเปิดพื้นที่ใหม่ให้ภูเก็ตถูกมองผ่านสายตาอีกแบบหนึ่ง เป็นพื้นที่ที่ศิลปะสามารถเชื่อมต่อกับเมือง ชุมชน ธรรมชาติ และผู้คนได้อย่างแท้จริง พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมบางอย่างให้เกิดขึ้นกับทั้งคนในพื้นที่และผู้มาเยือน
Thailand Biennale ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมศิลปะที่เข้ามาจัดแสดงแล้วผ่านไป แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างระบบนิเวศทางศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่ช่วยขยายภาพของภูเก็ตให้ไกลกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล และขยับเข้าใกล้การเป็น จุดหมายปลายทางทางศิลปะและวัฒนธรรมระดับนานาชาติ มากยิ่งขึ้น”
โอกาสสุดท้าย ก่อนหลายประสบการณ์จะกลายเป็นเพียงความทรงจำ
ความพิเศษของผลงานจำนวนมากใน Thailand Biennale, Phuket 2025 คือการเป็นงานที่ออกแบบขึ้นจากบริบทของสถานที่จริง และมีความหมายอย่างลึกซึ้งเมื่อได้สัมผัส ณ พื้นที่นั้น ในช่วงเวลานั้น เมื่อเทศกาลสิ้นสุดลง ประสบการณ์บางอย่างอาจไม่อาจถ่ายทอดได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชิ้นงานกับภูมิทัศน์ บรรยากาศของเมือง หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการได้เดินอยู่ท่ามกลางศิลปะร่วมสมัยทั่วทั้งเกาะภูเก็ต
โค้งสุดท้ายของ Thailand Biennale, Phuket 2025 จึงไม่ใช่เพียงช่วงนับถอยหลังสู่วันปิดงาน แต่คือช่วงเวลาสำคัญสำหรับการออกเดินทางไปพบกับอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของศิลปะร่วมสมัยไทย ที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะภูเก็ตในเวลานี้

ระยะเวลาจัดแสดง: วันนี้ – 30 เมษายน 2569
สถานที่: 20 จุดทั่วเกาะภูเก็ต (อาทิ ย่านเมืองเก่า, สะพานหิน, เมืองกะทู้, แหลมพรหมเทพ ฯลฯ)
สามารถดูแผนที่จุดจัดงานของพื้นที่หลัก งาน Thailand Biennale, Phuket 2025 ได้ที่https://maps.app.goo.gl/3gnVv8iwoCFNLd7AA
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์https://www.thailandbiennale.org/ หรือทาง Facebook Thailand Biennale และ Instagram thailand_biennale
#EternalKalpa #ThailandBiennalePhuket2025 #ThailandBiennale
