Tuesday 20 August 2019 | 10 : 15 pm
หน้าแรก Travel ‘ภูมิภาคชูบุ’ ประตูสู่ภาคกลางของญี่ปุ่น

‘ภูมิภาคชูบุ’ ประตูสู่ภาคกลางของญี่ปุ่น

สนามบินชูบุ เซ็นแทร์ นาโกย่า เปิดแคมเปญ Next Landing Nagoya ชวนนักท่องเที่ยวไทยสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในภูมิภาคชูบุ

ภูมิภาคชูบุ หรือประตูสู่ภาคกลางของญี่ปุ่น คือแหล่งรวมวัฒนธรรมใจกลางญี่ปุ่นและสถานที่สวยงามที่น่าสนใจ สนามบินชูบุ เซ็นแทร์ นาโกย่า จึงร่วมกับ วีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี เจ้าของรายการท่องเที่ยว J Journey by VJ JA ทางช่องยูทูบ จึงอยากชวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายในภูมิภาคนี้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากเมืองนาโกย่าได้อย่างสะดวกสบาย ไปดูกันว่ามีที่ไหนน่าไปเยือนบ้าง

1.ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) จ.กิฟุ

หมู่บ้านโบราณกลางหุบเขาอันสวยงามที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 1995 ให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลก ด้วยบ้านที่ปลูกสร้างแบบญี่ปุ่นโบราณทรงกัสโช ที่บางหลังมีอายุมากกว่า 250 ปีและใช้วัสดุในการสร้างจากธรรมชาติทั้งหมด หลังคาบ้านมุงด้วยต้นหญ้าที่ปลูกในหมู่บ้านและมีความชันถึง 60 องศาเพื่อป้องกันหลังคาพังทลายเมื่อหิมะตกหนัก ซึ่งการก่อสร้างบ้านแบบกัสโชทั้งหลังจะไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว หมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้ประกอบไปด้วยบ้านประมาณ 200 หลังที่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง และบางหลังเปิดเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์ค้างคืนในบ้านโบราณแบบกัสโชอีกด้วย

2.เกะโระ ออนเซ็น (Gero Onsen) เมืองเกะโระ จ.กิฟุ

ชุมชนเก่าแก่ “เกะโระ ออนเซ็น” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮิดะ เกิดขึ้นเมื่อราว 400 ปีก่อนในช่วงยุคเอโดะ เป็นแหล่งรวมของบ่อน้ำร้อนออนเซ็นจำนวนมาก ซึ่งบางแห่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง และบางแห่งนักท่องเที่ยวสามารถแช่เท้าเพื่อผ่อนคลายได้ฟรี หนึ่งในนั้นคือออนเซ็นชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น Suimeikan ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ออนเซ็นที่ดีที่สุดในประเทศ ด้วยบรรยากาศที่สวยงามแบบเปิดโล่งให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ในการแช่น้ำร้อนพร้อมชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองและเทือกเขา พร้อมรื่นรมย์ไปกับกลิ่นหอมของไม้ที่นำมาสร้างเป็นเรือนพัก จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งบริเวณนี้คือ หมู่บ้านโบราณเกะโระ ทางด้านเหนือของเมืองที่มีบ้านแบบญี่ปุ่นโบราณกัสโชประมาณ 10 หลัง

3.พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะ (Iga Ninja Museum) เมืองอิงะ จ.มิเอะ

พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่เป็นต้นกำเนิดนินจาของประเทศญี่ปุ่น โดยในศตวรรษที่ 15 หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ฝึกวิชาให้กับเหล่านินจาตระกูลอิงะที่มีชือเสียงโด่งดังและเป็นตำนานของนินจาญี่ปุ่น ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวิธีการฝึกฝนวิชาและทักษะการเป็นนินจามืออาชีพในสมัยก่อน พร้อมด้วยบ้านพักอาศัยและเครื่องใช้นินจา ส่วนแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับอาวุธและอุปกรณ์ของนินจาโบราณ ทั้งนี้ยังมีการแสดงโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับนินจาให้ชมด้วย

4.ย่านช็อปปิ้งซากาเอะ (Sakae Area Nagoya) เมืองนาโกย่า จ.ไอจิ

ย่านซากาเอะเป็นแหล่งช็อปปิ้งหลักใจกลางเมืองนาโกย่าที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจและซื้อของได้อย่างสะดวกสบาย มีห้างสรรพสินค้าอยู่ชั้นใต้ดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีซากาเอะ เพียบพร้อมไปด้วยร้านค้าหลากหลายเหมาะกับทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็ก หนุ่มสาว ไปจนถึงผู้สูงอายุ เป็นสถานที่สำหรับการช็อปปิ้งกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่มากมายให้เลือกรับประทาน ย่านนี้ยังมีตึก “โอเอซิส 21” ที่มีรูปทรงทันสมัยคล้ายยานอวกาศ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้เลยก็ว่าได้ ที่ชั้นใต้ดินของตึกเป็นแหล่งสังสรรค์ยอดนิยมเนื่องจากมีร้านอาหารและคาเฟ่มากมาย

Processed with VSCO with hb2 preset

5.หินแต่งงาน Futami meoto iwa (Wedding Rock) เมืองอิเสะชิมะ จ.มิเอะ

หินที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ดูคล้ายกับการสวมด้ายมงคลของคู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงาน โดยมีหินก้อนหนึ่งเล็กและอีกก้อนหนึ่งใหญ่ตั้งอยู่ในทะเลริมชายฝั่ง หินทั้งสองถูกคล้องด้วยเชือกซานาวิและเทพเจ้าอิซานามิ (Izanami no Okami) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งบนโลกและเป็นผู้ให้กำเนิดเทพเจ้าทั้งหลาย ด้วยลักษณะของหินคู่ดังกล่าวทำให้ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อสักการะและขอพรเกี่ยวกับความรัก ด้านคู่ครอง โดยคนโสดจะขอพรให้เจอเนื้อคู่และคนที่มีคู่หรือคู่แต่งงานจะขอพรเพื่อให้มีความรักที่ยืนยาวอย่างมีความสุข

นี่เป็นสถานที่เด่นๆ ที่เราแค่นำมายกตัวอย่างเท่านั้น ยังมีสถานที่สวยๆ อีกมากมายให้นักท่อง เที่ยวไปเยือนด้วยตัวเอง โดยสามารถดูรายละเอียดในการเดินทางเข้าและออกสนามบินด้วยรถสาธารณะ เช่น รถไฟ รถบัส หรือรถแท็กซี่ ได้อย่างสะดวกสบายที่ www.centrair.jp/th/

Latest