Monday 19 October 2026 | 7 : 35 pm

หยุดตัดสินคนอ้วน ‘ไม่มีวินัย’… ปรับความคิดใหม่ ชวนคนไทย เริ่มดูแลสุขภาพด่วน!!

เมื่อพูดถึงโรคอ้วน หลายคนอาจนึกถึงแต่เรื่องของรูปร่าง การควบคุมอาหาร หรือวินัยส่วนบุคคลเป็นอันดับแรก แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าโรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับความใส่ใจมากกว่าเพียงเรื่องของความตั้งใจลดน้ำหนัก ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยจากการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568 โดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า ภาวะอ้วนในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มจากร้อยละ 42.2 ในการสำรวจปี 2562-2563 เป็นร้อยละ 45 โดยภาคกลางมีความชุกสูงที่สุดถึงร้อยละ 511กล่าวได้ว่า เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรไทยวัย 15 ปีขึ้นไปกำลังเผชิญความเสี่ยงที่ไม่ควรถูกมองข้ามว่าเป็นแค่เพียงเรื่องภาพลักษณ์

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด (NCDs)ทั้งเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไขมันพอกตับ หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด2 องค์การอนามัยโลกจัดให้โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ระบบประสาทและชีววิทยา พฤติกรรมการกิน การเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ตลอดจนสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม3 จึงไม่อาจอธิบายด้วยคำว่า “ขาดวินัย” เพียงอย่างเดียว

คำแนะนำว่า “กินให้น้อยลงและออกกำลังกายให้มากขึ้น” อาจยังไม่เพียงพอ

อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่การควบคุมน้ำหนักยังได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม ฮอร์โมน การนอนหลับ ความเครียด ยาบางชนิด รูปแบบการทำงาน รวมถึงข้อจำกัดด้านรายได้และเวลา คำแนะนำแบบเดียวจึงอาจไม่ตอบโจทย์ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือเริ่มมีความเสี่ยงต่อโรค NCDs

การตำหนิผู้มีภาวะอ้วนว่า “ไม่พยายาม” อาจสร้างความอับอายและทำให้บางคนหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องน้ำหนักหรือเข้ารับบริการสุขภาพ4 บางคนจึงหันไปพึ่งการอดอาหารอย่างหักโหมเพื่อลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เมื่อทำต่อเนื่องไม่ได้ อาจกระตุ้นให้เกิดการกลับมาของน้ำหนัก ซึ่งการลดและเพิ่มของน้ำหนักซ้ำหลายครั้ง เรียกว่า Weight Cycling หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Yoyo Effect5

“ตัวเลขภาวะอ้วนที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นสัญญาณว่า เราต้องเปลี่ยนความคิดและบทสนทนาจากการตัดสินเรื่องรูปร่าง ไปสู่การช่วยให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงและเข้าถึงการประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่รู้สึกถูกตีตรา ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) เชื่อว่า ความรู้ด้านสุขภาพและการเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพ คือ ส่วนสำคัญของการรับมือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศไทย” คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด (Ms. Pucknalin Bulakul, Managing Director of Zuellig Pharma Thailand) กล่าว

มองให้ไกลกว่าตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก

การประเมินสุขภาพเบื้องต้นอาจเริ่มจากดัชนีมวลกายและเส้นรอบเอว โดยค่า BMI > 23 แปลว่า เริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน ค่า BMI > 25 แปลว่า มีภาวะอ้วน ส่วนเส้นรอบเอวที่ 90 ซม. ในผู้ชายและ 80 ซม. ในผู้หญิง สะท้อนว่า มีภาวะอ้วนลงพุง6  ผู้ที่เข้าเกณฑ์หรือมีความกังวลควรเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และความดันโลหิต พร้อมแจ้งประวัติการรักษาและปัญหาสุขภาพอื่นแก่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs และสุขภาพจิต เพื่อให้การประเมินครอบคลุมสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่เพียงตัวเลขของน้ำหนัก3

การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

หากการปรับโภชนาการ การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมยังไม่เพียงพอ หรือมีโรคร่วมที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจพิจารณาแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลควบคู่กันไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสุขภาพอย่างปลอดภัย7 สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรงและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ การรักษาอาจรวมถึงการผ่าตัดรักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery) ซึ่งไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการรักษาที่มุ่งควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงจากโรคอื่นๆ และส่งเสริมคุณภาพชีวิต2

การเข้าใจว่าโรคอ้วนเป็นภาวะสุขภาพเรื้อรัง ช่วยลดการตำหนิและส่งเสริมให้ผู้ที่มีภาวะอ้วนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ หากกังวลเรื่องน้ำหนักหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้

///////////////////////////

สำหรับประเทศไทย การลดภาระโรคอ้วนและ NCDs ต้องอาศัยความร่วมมือของคนในครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์ และพันธมิตรในระบบสุขภาพ ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) มุ่งสนับสนุนการขยายการเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพให้เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากนวัตกรรมทางการแพทย์จะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมได้ก็ต่อเมื่อผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพที่เชื่อถือได้อย่างปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

1. บทสรุปผู้บริหาร การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568 สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (หน้า 3) https://www.thai-nhes.com/MiddleFiles/ExecutiveSummary/NHES7%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.pdf

2. สปสช. ชวนรู้สิทธิบัตรทอง “ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน” ย้ำต้องประเมินตามหลักวิชาการและปรับพฤติกรรมก่อนผ่าตัด https://www.nhso.go.th/th/communicate-th/thnewsforperson/2026-07-18-10-14-42

3. Obesity and overweight World Health Organization. 8 December 2025 https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight

4. Impact of weight bias and stigma on quality of care and outcomes for patients with obesity. 5 March 2015. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4381543/

5. Physiological and Epigenetic Features of Yoyo Dieting and Weight Control.  https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6917653/

6. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (หน้า 148) https://hsiu.hsri.or.th/storage/upload/images/2026/03/20260330_033950436_919e2i_document_new_document.pdf

7. Mechanisms of action and therapeutic applications of GLP-1 and dual GIP/GLP-1 receptor agonists. 24 July 2024. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11304055/