Tuesday 23 July 2024 | 6 : 58 pm

สองคุณหมอเปิด ‘มูตานคลินิก’ มั่นใจธุรกิจความงามไปได้อีกไกล

สองคุณหมอความงามพี่น้องสาวสวยผูกพันกันทั้งทางสายเลือดและยังช่วยกันสร้างธุรกิจร่วมกัน เพราะมั่นใจตลาดยังเติบโตได้อีกไกล หลังจากที่ทั้งคู่ทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถาบันความงามมานานหลายปี จึงร่วมกันเปิดคลินิกความงามของตัวเอง ภายใต้ชื่อ ”มูตาน พาวิลเลี่ยน เวลเนส เซ็นเตอร์” (Mudan Pavilion Wellness Center)

ด้วยเพราะว่าคุณหมอทั้งคู่จบแพทย์มาจากประเทศจีน จึงนำคำว่า “Mudan” มาเป็นชื่อคลินิกและโลโก้ ซึ่ง“Mudan” แปลว่า ดอกโบตั๋น ด้วยรูปลักษณ์ของดอกโบตั๋นที่สวยและสง่างาม อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง วงกลมที่ซ้อนทับกันด้วยสีที่แตกต่างบนโลโก้ดอกโบตั๋น เมื่อรวมกันแล้วจะเกิดความสมดุลที่ลงตัวสร้างสรรค์ความงามที่เหมาะสมเฉพาะตัวบุคคล

หมอส้ม-แพทย์หญิงฉัตรษร

หมอส้มพี่สาว-แพทย์หญิงฉัตรษร ลิขิตอิศรา ประธานคณะผู้บริหาร Mudan Pavilion Wellness Centerเป็นอาจารย์แพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ให้กับแบรนด์ดังระดับพรีเมียม จากประเทศสวีเดนและยังเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ความงามและปรับรูปหน้า กล่าวว่า จุดเด่นที่สำคัญของคลินิกนี้ก็คือทั้งสองคุณหมอประจำการเต็มเวลาที่นี่ บริหารและทำหัตถการด้วยตัวเองทุกเคส

คุณหมอทั้งสองมีความเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าและศาสตร์ความงามด้านโหงวเฮ้ง และหมอส้มเองก็ยังเป็นอาจารย์แพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ให้กับบริษัทยา Restylane จึงมีความเข้าใจและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้เป็นอย่างดี คนไข้ที่เข้ามาอันดับต้นๆ ก็มักมีปัญหาใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตา หรือถุงใต้ตา ก็สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาในแบบต่างๆ ได้อย่างเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยสำหรับคนไข้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับบ้านได้เลยหลังทำเสร็จ

“นอกจากดูแลความสวยจากภายนอกแล้ว ยังให้ความสำคัญกับความสวยจากภายในควบคู่กันไปด้วย เพราะคุณหมอจบทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจากสหรัฐอเมริกา เราก็มีการจัดวิตามินแบบส่วนตัวให้รองรับความต้องการที่แท้จริงของร่างกาย ให้กับผู้มารับบริการด้วย” คุณหมอส้มกล่าวด้วยความตั้งใจ

ให้บริการเหมือนคนในครอบครัว

ด้าน หมอเกรซ-แพทย์หญิงกุลชมาษร ลิขิตอิศรา ประธานคณะผู้บริหารและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะร่วมกับศาสตร์การปรับความงามด้านโหงวเฮ้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายของคลินิกคือกลุ่มสุภาพสตรีวัย 40-55 ปี กลุ่มวัยทำงานที่กำลังมีการเติบโต หรือผู้บริหารเจ้าของธุรกิจ

หมอเกรซ-แพทย์หญิงกุลชมาษร

ส่วนแรงบันดาลใจในการเปิดคลินิกมาจากคุณแม่ของคุณหมอ ที่ทำธุรกิจและชอบความสวยความงาม ประกอบกับคุณหมอทั้งสองก็สนใจเรื่องความสวยความงามมาแต่เด็กๆ ทำให้สนใจอยากเรียนแพทย์และอยากมีธุรกิจด้านความงามเป็นของตัวเอง

“ทำให้เราสองคนพี่น้องอยากเรียนหมอด้านความงาม เพื่อจะได้มาดูแลคุณแม่และเพื่อนๆ คุณแม่ เพราะเราย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณแม่ของเรา เราดูแลคุณแม่แบบไหนก็ดูแลคนไข้แบบเดียวกันเหมือนคนในครอบครัว มีความเป็นส่วนตัวเหมือนมาบ้านคนสนิทคุ้นเคย” คุณหมอเกรซ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

จับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม

เหตุที่เลือกทำเลย่านทาวน์อินทาวน์ เพราะถือเป็นจุดศูนย์กลางที่ไปสู่ถนนอีกหลายสายได้ง่าย ทั้งลาดพร้าว รามคำแหง เลียบทางด่วน และเป็นย่านธุรกิจ SME ที่กำลังเติบโต มีหมู่บ้านเยอะ เป็นย่านบีบวกที่กำลังเติบโตได้อีก และเพื่อรองรับลูกค้าจากจีน ซึ่งย่านนี้ใกล้ห้วยขวาง-รัชดา คนจีนชอบประเทศไทย อาหารไทย และคลินิกความงามที่ไทย การที่หมอพูดจีนได้ ถือเป็นจุดเด่นของคลินิก รวมทั้งมีแผนงานที่จะไปเปิดคลินิกความงามที่ประเทศจีนในอนาคต

สำหรับการขยายสาขาในประเทศไทย จะเริ่มจากในกรุงเทพฯ อีก 1-2 สาขา ไม่เน้นขยายสาขาเยอะเพราะจะทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง  เพราะต้องการให้บริการที่มีมาตรฐาน ราคามาพร้อมกับคุณภาพที่เหมาะสม และใช้ของพรีเมียมจากฝั่งยุโรปที่มีความน่าเชื่อถือ จับกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย

สวยแบบรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

ด้วยความใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในอนาคตคุณหมอทั้งสองมีโครงการที่จะออกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่างครบวงจรเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ที่เป็นผลิตภัณฑ์ Organic ตอบสนองกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังคำพูดที่ว่า “สวยได้โดยที่ไม่ต้องทำร้ายโลก”

เนื่องจากคุณหมอ จบโดยตรงทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย BOARD CERTIFICATE, AMARICAN BOARD OF ANTIAGING MEDICINE (ABAARM) และกำลังศึกษาต่อทางด้านโภชนาการ AMARICAN BOARD CERTIFIED IN NUTRITIONAL WELLNESS เรียนรู้หลักการ Manage Nutrition เชิงเวลเนสในเคสต่างๆ ให้เข้ากับสารอาหารและยาอย่างปลอดภัย รวมถึงการใช้ Dietary Supplements, Functional Foods ต่างๆ ที่ควรรู้ และเป็นกระแสนิยมของผู้บริโภค โดยมีงานวิจัยที่ชัดเจนรองรับและปลอดภัย

ธุรกิจความงามแข่งขันสูง แต่ยังโตไว

คุณหมอทั้งสองกล่าวว่า ธุรกิจความงามมีการเติบโตปีละไม่น้อยกว่า 20% มีมูลค่าตลาดรวม (ก่อนเกิดโควิด) สูงถึงปีละเกือบ 40,000 ล้านบาท แม้ในช่วงโควิดจะซบเซาลงไปบ้าง แต่ก็กลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่โควิดเริ่มคลี่คลายลง ธุรกิจนี้เป็นตลาดที่ใหญ่ และเรื่องความสวยความงามเป็นสิ่งที่ผู้หญิงพร้อมที่จะจ่ายเพื่อดูแลตัวเองให้สวยงามดูดีอยู่เสมอ ดังนั้น ถ้าเป็นคลินิกที่มีคุณภาพ ราคาที่สมเหตุสมผล และบริการที่ดี ก็มีพื้นที่อยู่ในตลาดนี้ได้ แม้จะเป็นน้องใหม่ แต่ก็มั่นใจในศักยภาพด้านฝีมือที่สะสมมายาวนาน และการบริการที่ประทับใจ โดยเฉพาะด้านการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

แค่มองตาก็รู้ใจ

การที่พี่น้องมาทำธุรกิจด้วยกันมีข้อดี คือมีความเข้าใจกัน สนใจเหมือนกัน มองอะไรไปในทิศทางเดียวกัน มีกรอบความคิดในการทำงานเหมือนกัน เพราะทั้งคู่จบและทำงานมาทางสายงานเดียวกัน ที่สำคัญสองคุณหมอรับฟังซึ่งกันและกัน เป็นพี่น้องที่รักและสนิทกันมาก มีเหตุมีผล ทำให้ง่ายในการทำงาน สามารถตัดสินใจแทนกันได้ในหลายๆ เรื่อง แค่มองตาก็รู้ใจ จึงทำให้คิดและตัดสินใจในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว

คุณหมอสาวสวยสองศรีพี่น้อง

ทางด้านการศึกษานั้น หมอส้ม-แพทย์หญิงฉัตรษร ลิขิตอิศรา จบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ Tongji Medical College จากประเทศจีน และยังศึกษาต่อด้านการฝังเข็มจากสถาบัน Shanghai University of Traditional Chinese Medicine ของจีน หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อทางด้านเวชศาสตร์ความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย และได้รับวุฒิบัตร American Board of Anti- Aging and Regenerative (ABAARM) จากชิคาโก สหรัฐอเมริกา

หมอเกรซ-แพทย์หญิงกุลชมาษร ลิขิตอิศรา จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ที่ Tongji Medical College at Huazhong University of Science and Technology จากประเทศจีน และศึกษาต่อด้านการฝังเข็มจากสถาบัน Shanghai University of Traditional Chinese Medicine ของจีน หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อด้านหลักสูตร Advance ดูโหงวเฮ้ง “หมอดูดูอย่างไร” จากสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม www.mudanpavilion.com