ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อสองศิลปินร็อกระดับตำนานอย่าง “โป่ง หินเหล็กไฟ” และ “อู๋ ธรรพ์ณธร” โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ “ความหวังหลังกำแพง” จับมือร่วมกับ บริษัท วันเดอร์แลนด์ ฟิล์ม จำกัด และ กระทรวงยุติธรรม โดยมีโปรดิวเซอร์และผู้กำกับการแสดงมากฝีมืออย่าง “เป็ด วีระศักดิ์ แสงดี”นำเรื่องราวจากซีรีส์สั้นเรื่อง “อีขี้คุก” มาถ่ายทอดเป็นบทเพลงแห่งความหวังแนวบัลลาดร็อก ที่ผสมผสานความหนักแน่นเข้ากับท่วงทำนองที่อ่อนโยน เพื่อส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้ที่ก้าวพลาดและมีความหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่

โป่ง หินเหล็กไฟ เผยถึงความรู้สึกในการทำงานครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ แม้จะเป็นเพียงหน้าที่เล็กๆ ในการถ่ายทอดเสียงเพลง แต่ก็หวังว่า จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ผู้ที่เคยทำผิดพลาดได้มีแรงใจในการกลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่ ผมเชื่อว่า สังคมไทยพร้อมที่จะให้อภัยและหยิบยื่นโอกาสเสมอ การได้กลับมาร่วมงานกับอู๋เป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายดายมากครับ เพราะเรารู้จักและคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ประกอบกับตัวเพลงที่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้เราเห็นภาพและสื่อสารอารมณ์ออกมาได้ชัดเจน และด้วยความที่ อู๋เป็นศิลปินมืออาชีพที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม ทำให้การแบ่งท่อนร้องและการทำงานครั้งนี้ลงตัวและเข้าขากันที่สุดครับ”


อู๋ ธรรพ์ณธร กล่าวเสริมว่า “ตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับไอดอลอย่างพี่โป่ง หินเหล็กไฟ ทำให้ผมปรับตัวเข้าถึงอารมณ์เพลงและส่งต่อความรู้สึกออกมาได้ไม่ยาก จุดเด่นของเพลงบัลลาดร็อกคือ ความตรงไปตรงมา สื่อสารอารมณ์แบบร็อกที่ฟังแล้วเข้าใจได้ทันที ความไม่ซับซ้อนนี้เองช่วยให้คนฟังเข้าถึงข้อความที่อยากจะสื่อได้ง่ายและลึกซึ้งขึ้นครับ ถ้าถามถึงท่อนที่ประทับใจในเพลงนี้ คงเป็นท่อนที่ร้องว่า “อยากจะขอ แค่ใครสักคนที่เข้าใจ อย่ามองเราเลวร้ายในสายตา” เป็นท่อนที่สะท้อนว่า หลายคนที่ก้าวพลาดอาจทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ใช่เพราะกมลสันดาน ผมอยากให้เพลงนี้ช่วยเปิดใจสังคมให้มองเห็นมุมกว้างและมอบโอกาสให้แก่กัน ไม่ใช่แค่กับผู้พ้นโทษ แต่รวมถึงทุกคนในสังคมด้วยครับ”

ขณะที่ เป็ด วีระศักดิ์ แสงดี โปรดิวเซอร์และผู้กำกับการแสดง เปิดเผยถึงเบื้องหลังว่า “เพลง “ความหวังหลังกำแพง” ที่แต่งโดย วิเศษ ไผ่ชัยสิทธ์ ในเวอร์ชันแรกที่ประกอบหนังสั้นเรื่อง ‘อีขี้คุก’ จะเป็นเสียงร้องของผู้หญิงก็จะมีความเศร้าสะเทือนใจในแบบโฟล์ค แต่ในเวอร์ชันนี้ ผมขอเรียกว่าเวอร์ชั่น “ไอ้ขี้คุก” ซึ่งผมตั้งใจให้เป็นอารมณ์เพลงที่เพราะ บาดลึกแบบลูกผู้ชายที่จริงใจ และหนักแน่น จึงเลือกพี่โป่งและอู๋มาถ่ายทอด เพราะเสียงของพี่โป่งมีความแหบพุ่ง มีพลังและความมุ่งมั่นสูง ตรงกับคอนเซ็ปต์ที่วางไว้คือ ขอโอกาสให้พวกเขามีที่ยืนในสังคมด้วยคำสัญญาว่า จะเป็นคนดี ส่วนเสียงของอู๋มีความโหยหวนและเจ็บปวดที่อยากให้คนเข้าใจ และเห็นใจ สุดท้ายก็ขอฝากทั้งหนังสั้นเรื่อง “อีขี้คุก”และมิวสิควิดีโอในแนวบัลลาดร็อกนี้ ผมหวังว่า ทั้งหนังสั้นและมิวสิควิดีโอนี้จะช่วยให้ผู้ชมได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และมอบการให้อภัยแก่ผู้ที่สำนึกผิดครับ”

ด้าน คุณนันทรัศมิ์ เทพดลไชย ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสัมมาชีพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย “คืนคนดีสู่สังคม” กล่าวเพิ่มเติมว่า “จุดเริ่มต้นมาจากการเล็งเห็นช่องว่างในระบบที่ยังแก้ปัญหาผู้พ้นโทษไม่ได้เบ็ดเสร็จ ประกอบกับสถิติที่น่าตกใจว่าคนไทย 1 ใน 60 คน เคยผ่านกระบวนการยุติธรรมมาแล้ว นอกจากนี้สังคมยังมองภาพลบและไม่ยอมรับ ทำให้พวกเขาเหมือนรับโทษแบบดับเบิ้ล จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่อยากช่วยเหลือให้พวกเขากลับมา ยืนด้วยขาตัวเองให้ได้มีอาชีพ และได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง”

สามารถติดตามรับชมมิวสิควิดีโอเพลง “ความหวังหลังกำแพง” เวอร์ชั่น “ไอ้ขี้คุก” ได้ทางโซเชียลมีเดียทั้ง 3 ช่องทาง Youtube / Tiktok/ FBFanPage : Wonderland Films Thailand
